คีมจับแบบผ่าตัดส่องกล้องสำหรับการผ่าตัด
แคลมป์สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic graspers) เป็นเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งในการผ่าตัดแบบรุกรานน้อย (minimally invasive surgical procedures) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแขนอีกคู่หนึ่งของศัลยแพทย์ภายในพื้นที่จำกัดของร่างกายมนุษย์ เครื่องมือทางการแพทย์ขั้นสูงเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อจัดการ ยึดจับ และจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ระหว่างการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ด้วยความแม่นยำและควบคุมที่ยอดเยี่ยม โครงสร้างพื้นฐานของแคลมป์สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้องประกอบด้วยก้านยาวเรียวบาง ซึ่งสามารถสอดผ่านรอยแผลผ่าตัดขนาดเล็ก โดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5–12 มิลลิเมตร ทำให้ศัลยแพทย์สามารถดำเนินการผ่าตัดที่ซับซ้อนได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รอยแผลผ่าตัดขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม หน้าที่หลักของเครื่องมือเหล่านี้ ได้แก่ การจับเนื้อเยื่อที่บอบบาง การดึงอวัยวะออกเพื่อเพิ่มการมองเห็น การจัดวางโครงสร้างกายวิภาคขณะทำการแยกชั้นเนื้อเยื่อ (dissection) และการสร้างแรงตึงของเนื้อเยื่ออย่างมั่นคงเพื่อรองรับการตัดหรือการเย็บ แคลมป์สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดมีนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น กลไกขากรรไกรที่สามารถเคลื่อนไหวได้ (articulating jaw mechanisms) ซึ่งหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมและปรับทิศทางในพื้นที่กายวิภาคที่แคบมาก รูปแบบของขากรรไกรนั้นมีความหลากหลายอย่างมากตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยมีทั้งพื้นผิวเรียบไร้การบาดเจ็บ (atraumatic smooth surfaces) สำหรับการจัดการเนื้อเยื่ออย่างระมัดระวัง ไปจนถึงพื้นผิวที่มีรอยหยักหรือฟันเล็ก ๆ (serrated or toothed configurations) สำหรับการยึดจับโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า โมเดลสมัยใหม่หลายรุ่นยังออกแบบด้ามจับให้สอดคล้องกับหลักสรีรศาสตร์ (ergonomic handle designs) พร้อมตัวเลือกการจับที่หลากหลาย เพื่อลดความเมื่อยล้าของมือระหว่างการผ่าตัดที่ใช้เวลานาน และยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของการผ่าตัด วัสดุที่ใช้ผลิตโดยทั่วไปคือเหล็กกล้าไร้สนิมเกรดสูงหรือโลหะผสมไทเทเนียม ซึ่งทนทานและเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ ขณะที่บางรุ่นอาจมีการเคลือบพิเศษเพื่อลดการยึดติดของเนื้อเยื่อและปรับปรุงกระบวนการทำความสะอาด แคลมป์สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้องมีการประยุกต์ใช้ในหลายสาขาวิชาการแพทย์ ได้แก่ ศัลยกรรมทั่วไป นรีเวชวิทยา ระบบทางเดินปัสสาวะ และโรคระบบทางเดินอาหาร โดยช่วยให้การผ่าตัดต่าง ๆ เช่น การตัดถุงน้ำดี (cholecystectomy) การตัดไส้ติ่ง (appendectomy) การผ่าตัดซ่อมแซมไส้เลื่อน (hernia repair) และการผ่าตัดตัดเนื้องอกออก (tumor resection) ดำเนินไปด้วยความแม่นยำสูงและก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อผู้ป่วยน้อยที่สุด